หลายคนตรวจสุขภาพแล้วเห็นตัวเลขน้ำตาลในเลือด แต่ไม่แน่ใจว่า “ปกติหรือเสี่ยง” ระดับน้ำตาลที่สูงเกินไปอาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน หรือเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ค่ะ
บทความนี้สรุปค่าที่ควรรู้แบบเข้าใจง่ายค่ะ
น้ำตาลในเลือดคืออะไร?
คือน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด ซึ่งเป็นพลังงานหลักของร่างกาย แต่ถ้าสูงเกินไปเป็นเวลานาน จะทำลายหลอดเลือด หัวใจ ไต ตา และเส้นประสาทได้ค่ะ
📊 ค่าน้ำตาลในเลือดปกติ (หน่วย mg/dL)
| ช่วงเวลา | ค่าปกติ |
|---|---|
| งดอาหารอย่างน้อย 8 ชม. (Fasting) | 70–99 |
| ก่อนเป็นเบาหวาน (เสี่ยง) | 100–125 |
| เบาหวาน | 126 ขึ้นไป |
| หลังอาหาร 2 ชม. | ต่ำกว่า 140 |
| สูงผิดปกติหลังอาหาร | 200 ขึ้นไป |
🚨 ค่าน้ำตาลที่ถือว่า “อันตราย”
- มากกว่า 180 mg/dL บ่อย ๆ → เสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
- มากกว่า 250 mg/dL → อันตราย ควรพบแพทย์
- มากกว่า 300 mg/dL → ฉุกเฉิน โดยเฉพาะถ้ามีอาการร่วม
อาการเตือนเมื่อน้ำตาลสูงมาก
⚠️ กระหายน้ำมาก
⚠️ ปัสสาวะบ่อย
⚠️ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
⚠️ มองเห็นไม่ชัด
⚠️ แผลหายช้า
⚠️ คลื่นไส้ อาเจียน (กรณีรุนแรง)
สาเหตุที่ทำให้น้ำตาลสูง
- กินของหวาน/แป้งมาก
- ไม่ออกกำลังกาย
- เครียด นอนน้อย
- ลืมกินยาเบาหวาน
- ติดเชื้อหรือป่วย
วิธีลดความเสี่ยง
✅ ลดของหวาน น้ำหวาน
✅ เลือกข้าวกล้อง ธัญพืช
✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
✅ ควบคุมน้ำหนัก
✅ กินยาตามแพทย์สั่ง
✅ ตรวจน้ำตาลตามนัด
เมื่อไรควรไปโรงพยาบาลทันที?
ถ้ามีน้ำตาลสูงมากร่วมกับอาการเหล่านี้:
- ซึม สับสน
- หายใจหอบ
- อาเจียนรุนแรง
- ปวดท้องมาก
อาจเป็นภาวะฉุกเฉินของผู้ป่วยเบาหวานค่ะ
สรุปสั้น ๆ
ค่าน้ำตาลงดอาหารควรต่ำกว่า 100 mg/dL หากเกิน 126 เสี่ยงเป็นเบาหวาน และถ้าสูงเกิน 180–200 บ่อย ๆ ถือว่าอันตราย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมค่ะ
บทความนี้ให้ความรู้เบื้องต้น ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ค่ะ



